วช. นำทีมนักวิจัยไทยและกลไกความร่วมมือด้าน ววน. สู่เวทีวิทยาศาสตร์โลก STS forum 2026 ผนึกเครือข่าย ต่อยอดความร่วมมือกลไกการวิจัยและนวัตกรรมระดับนานาชาติ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เดินหน้าพัฒนาศักยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ นำนักวิจัยรุ่นใหม่ STS forum Young Leaders 2026 by NRCT พร้อมด้วย STS forum Young Leaders Alumni เข้าร่วมการประชุม Science and Technology in Society Forum 2026 – The 23rd Annual Meeting (STS forum 2026) ระหว่างวันที่ 4–6 ตุลาคม 2569 ณ Kyoto International Conference Center (ICC Kyoto) เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และเชื่อมโยงความร่วมมือกับประชาคมวิทยาศาสตร์ระดับโลก
ในปี 2026 นี้ วช. ร่วมกับ STS forum เรียนเชิญ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดการประชุม Science and Technology in Society Forum 2026 – The 23rd Annual Meeting (STS forum 2026) โดยนำเสนอแนวคิด Natural Capital Financing การพัฒนากลไกทางการเงินเพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และเพิ่มคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ โดยมุ่งยกระดับ “ทุนธรรมชาติ” ให้เป็นส่วนหนึ่งของกลไกการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจ
STS forum เป็นเวทีระดับนานาชาติที่รวบรวมผู้นำด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม นักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารภาคอุตสาหกรรม และผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศทั่วโลก มาร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และองค์ความรู้ต่อประเด็นสำคัญที่กำหนดทิศทางอนาคตของโลก ตลอดจนแสวงหาแนวทางในการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อรับมือกับความท้าทายที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
การเข้าร่วม STS forum 2026 ครั้งนี้ วช. มุ่งเปิดพื้นที่ให้นักวิจัยรุ่นใหม่ของไทยได้ก้าวสู่เวทีระดับโลก เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และผู้นำจากนานาประเทศ โดย Young Leaders รุ่นปี 2026 เป็นนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา ครอบคลุมตั้งแต่เทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์โมเลกุล เทคโนโลยีสารสนเทศ ฟีโนมิกส์ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สะท้อนถึงศักยภาพของนักวิจัยไทยในการทำงานข้ามศาสตร์และร่วมตอบโจทย์ความท้าทายสำคัญของโลก
ทั้งเรียนรู้แนวโน้มการวิจัยและเทคโนโลยีใหม่ เพื่อเปิดมุมมองในการพัฒนางานวิจัยที่สามารถตอบโจทย์ความท้าทายของประเทศและของโลก ตลอดจนแสวงหาโอกาสในการต่อยอดองค์ความรู้สู่ความร่วมมือด้านการวิจัยในระดับนานาชาติ
นอกจากนี้ วช. ยังร่วมจัดกิจกรรม Side Event ภายใต้หัวข้อ “Building a Healthy Longevity Society through AI and Innovation” ในการประชุม STS forum 2026 เพื่อสร้างพื้นที่เชื่อมโยงนักวิจัยไทยกับผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และเครือข่ายพันธมิตรจากนานาประเทศ เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมอง และประสบการณ์ในประเด็นวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับความท้าทายสำคัญของโลก พร้อมส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือที่สามารถพัฒนาไปสู่กิจกรรมและโครงการวิจัยร่วมในอนาคต
การส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่เข้าร่วม STS forum เป็นส่วนหนึ่งของบทบาทของ วช. ในการ พัฒนากำลังคนและระบบนิเวศด้านการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมุ่งให้นักวิจัยไทยมีทั้งความเข้มแข็งทางวิชาการ ประสบการณ์จากเวทีระดับนานาชาติ ทักษะการทำงานร่วมกับเครือข่ายต่างประเทศ และความสามารถในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ข้ามศาสตร์ เพื่อยกระดับงานวิจัยไทยให้สามารถสร้างผลกระทบและมีบทบาทในเวทีโลกมากยิ่งขึ้น
ที่สำคัญ การสร้างเครือข่าย STS forum Young Leaders by NRCT ไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อการประชุมเสร็จสิ้น แต่เป็นการสร้างฐานเครือข่ายนักวิจัยไทยรุ่นใหม่ที่สามารถเชื่อมโยงกับระบบวิทยาศาสตร์โลกอย่างต่อเนื่อง โดยนำองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายที่ได้รับกลับมาต่อยอดการวิจัย สร้างความร่วมมือใหม่ และถ่ายทอดประสบการณ์สู่ Young Leaders รุ่นต่อไป เกิดเป็นวงจรการพัฒนานักวิจัยและเครือข่ายที่เข้มแข็งและยั่งยืน
การเข้าร่วม STS forum 2026 ของนักวิจัยไทย จึงเป็นโอกาสในการเรียนรู้และสร้างเครือข่ายบนเวทีระดับโลก แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญของการเตรียม นักวิจัยรุ่นใหม่สู่การเป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในอนาคต ที่พร้อมเชื่อมโยงประเทศไทยกับประชาคมวิทยาศาสตร์นานาชาติ นำองค์ความรู้และความร่วมมือกลับมาต่อยอดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ และร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน